การรับประทานวิตามินซีเป็นอาหารเสริมในปัจจุบัน กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อย่างในสหรัฐนับว่าเป็น 1 ใน 5 อาหารเสริมยอดนิยมของชาวอเมริกัน
สำหรับประเทศไทยก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานในเมืองใหญ่ เห็นได้จากร้านขายยา และอาหารเสริมในกรุงเทพมหานคร ที่มีเกือบทุกชุมชนใหญ่ ๆ และเหล่าผู้รักสุขภาพโดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้หน้าตา และผิวพรรณ หาเงิน เช่น อาชีพ PR หรือ พริ๊ตตี้ ต่างๆ ซึ่งเชื่อกันว่ามันช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดีขึ้น
วิตามินซี ช่วยสร้างคอลลาเจนในร่างกายของคนเราได้อย่างไรในกระบวนการสังเคราะห์
synthesis of collagen จำเป็นต้องมีวิตามินซี หรือ Ascorbic acid เพราะ โมเลกุลของคอลลาเจน มี proline และกระบวนการเติม hydroxyl groups ให้กับ proline เพื่อให้มันทำงานได้ ต้องใช้ วิตามินซีช่วย ถ้าไม่มีวิตามินซี หรือขาดไปก็ไม่สามารถสร้างคอลลาเจนได้ในที่สุด
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการรับประทานวิตามินซีใน 1 วัน สำหรับคนสุขภาพปกติดี ไม่มีโรค หรือกำลังป่วยเป็นที่ถกเถียงกันมากในปัจจุบันถึงปริมาณที่เหมาะสม โดยรัฐบาลแต่ละประเทศได้กำหนดปริมาณที่เหมาะสมไว้ไม่เท่ากัน ดูได้จากตารางข้างล่าง
| * 60 milligrams per day | the United Kingdom's Food Standards Agency |
| * 45 milligrams per day | the World Health Organization |
| * 60 mg/day | Health Canada 2007 |
| * 60–95 milligrams per day | United States' National Academy of Sciences. |
ในประเทศสหรัฐได้กำหนดไว้ว่าปริมาณ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ถือเป็นค่าสูงสุดที่รับได้ เกินนี้จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย อาการแสดงของการรับประทานวิตามินซี เกินขนาดสำหรับการทดลองในคนปกติ เมื่อรับประทานวิตามินซีเกินขนาดจะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เป็นผื่นแดงที่ใบหน้า ปวดหัว อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
นอกจากนี้ในผู้ที่เป็นโรค G6PD อาจเกิดเม็ดเลือแดงแตกเฉียบพลันได้ ถ้ากินในปริมาณสูงเกินขนาดมากๆ
และยังไม่มีข้อสรุปสำหรับการสาเหตุการเกิดนิ่วที่ไต ว่าเกี่ยวข้องกับการกินวิตามินซีมากไปหรือไม่

สำหรับชีวิตปัจจุบันที่เร่งรีบ และรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่แล้ว การรับประทานวิตามินซีเป็นอาหารเสริมคงไม่เกิดโทษต่อร่างกายถ้ารับประทานในปริมาณที่พอควร แต่ถ้าหากได้รับประทานจากอาหารจำพวกผลไม้รสเปรี้ยว ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินซีตามธรรมชาติได้พอเพียงอยู่แล้ว คงไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินเพิ่มไปซื้อวิตามินซีมากินหรอกคับ